NEWS & ARTICLES

NEWS & ARTICLES

ข่าวสาร และบทความดีๆ จาก V Plast Clinic ให้คุณได้ทันข่าวเทคโนโลยีความงามทุกรูปแบบ

รับสิทธิพิเศษผ่าน Email

  • LineV PLAST.png
  • Wix Facebook page
  • Instagram Social Icon
  • YouTube Social  Icon

NEWS & ARTICLES

           แหล่งรวมข่าวสารที่อัพเดทให้คุณทราบก่อนใคร พร้อมบทความความรู้เรื่องศัลยกรรมและสุขภาพจากทีมแพทย์ V PLAST CLINIC ให้คุณได้ทันข่าวทุกเทคโนโลยีความงามก่อนใคร 

มาทำความรู้จักกับ "ฝ้า" ที่หลายคนยังสงสัยคืออะไร ทำไมจึงเกิดขึ้น ?

ฝ้าคืออะไร ? ฝ้าเป็นรอยผิวหนังสีน้ำตาลหรือสีดำ พบตามบริเวณที่ผิวหนังโดนแสงแดด (เช่น ที่ใบหน้า) ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด มักค่อยๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ แผ่นสีดำนี้มักมีลักษณะเท่าๆ กันทั้ง 2 ข้าง อาจรวมกันเป็นปื้น หรือเข้มเป็นกระจุก ๆ ก็ได้ บริเวณที่พบฝ้าได้บ่อย คือ ที่เหนือริมฝีปาก หนวด คาง หน้าผาก แต่บางคนก็เป็นฝ้าที่ตำแหน่งอื่นๆ ที่โดนแสงแดด (เช่น ที่หน้าอก แขน หลัง) ฝ้าไม่ทำให้เกิดอาการอย่าง อื่นนอกจากด้านความงามเท่านั้น ส่วนใหญ่พบในหญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 30-40 ปี ในจำนวนผู้ที่เป็นฝ้าทั้งหมดร้อยละ 90 เป็นผู้หญิง

ฝ้าเกิดได้อย่างไร ? สาเหตุของฝ้า มีดังนี้ คือ กรรมพันธุ์ พบว่าผู้ป่วยโรคฝ้ามากกว่าร้อยละ 30 มีประวัติคนในครอบครัวเป็นฝ้าด้วย ทั้งยัง พบว่า ฝ้าสามารถเกิดร่วมกันในฝาแฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกัน โดยที่พี่น้องคนอื่น (ที่มาจากไข่คนละใบ) ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันไม่พบความสัมพันธ์นี้ แสงแดด เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าที่สำคัญ ทั้งช่วงคลื่นรังสียูวีบี และยูวีเอ ทำให้เกิดฝ้า ยากันแดดที่ป้องกันเฉพาะรังสียูวีบี จึงใช้ป้องกันฝ้าไม่ได้ผล เพราะผิวหนังยังได้รับรังสียูวีเอ และช่วงคลื่นแสงที่มองเห็น ซึ่งช่วงคลื่นนี้ก็กระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีเมลานินได้เช่นกัน ฮอร์โมน เป็นปัจจัยทำให้เกิดฝ้าที่สำคัญ เชื่อว่าฝ้าเกิดจากการที่ฮอร์โมนเพศหญิงคือเอสโทรเจน และโพรเจสเทอโรน กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโดนแสงแดด จึงพบฝ้ามากในหญิงตั้งครรภ์ - หญิงที่กินยาคุมกำเนิด ฝ้าเกิดขึ้นในคนที่กินยาคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของเอสโทรเจน และโพรเจส เทอโรน - หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ที่ได้รับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน - ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ มีโอกาสเป็นฝ้ามากกว่าคนปกติถึง 4 เท่าตัว - อารมณ์ พบฝ้าที่เกิดหลังมีอารมณ์เครียดอย่างรุนแรง - เครื่องสำอาง พบว่าเครื่องสำอางบางตัวทำให้เกิดฝ้า ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้อาจเป็นกลิ่นหอมหรือสี และฝ้าที่เกิดขึ้นมักเป็นฝ้าลึก - ยาบางชนิด พวกยากันชัก เช่น ไดเฟนิล ไฮเดนโทอิน (diphenyl hydantoin) มีแซนโทอิน (mesantoin) - ขาดสารอาหาร บางคนที่ขาดสารอาหารก็อาจทำให้เกิดฝ้าได้ แพทย์จะวินิจฉัยฝ้าด้วยการใช้สายตาตรวจดู โดยทั่วไปไม่ต้องส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยกเว้นรายที่สงสัยว่ามีอาการทางต่อมไทรอยด์

วิธีรักษาฝ้า

ในแต่ละสัปดาห์สาว ๆ ควรจะบำรุงรักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยวิธีธรรมชาติที่ว่านี้ก็คือ การขัดหน้าด้วยมะขามเปียกนั่นเองค่ะ โดยวิธีการก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะขามเปียกมาละลายน้ำ พอให้ข้น ๆ จากนั้นนำมาขัดหน้า โดยค่อย ๆ ขัดอย่างเบามือ เสร็จแล้วพอกหน้าทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิว และสามารถทำให้รอยฝ้าจางลงและหน้าขาวเนียนใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.hiso.or.th/


Review Real Story
Recent Posts
Archive
Search By Tags
ยังไม่มีแท็ก

© 2015 by Thitinan. Proudly created with vplastsurgery.com